เอมิเลียโน บูเอนเดีย ผู้กุมชะตา นกขมิ้นเหลืองอ่อน

ดาเนี่ยล ฟาร์เค่ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันของ นอริช ซิตี้ ทีมในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงได้รับการสนับสนุนอย่างไม่ลดละจากแฟนๆในฤดูกาลนี้แม้ว่าทีมของเขากำลังทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ และจมอยู่ในดันดับบ๊วยในตารางคะแนนก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา มีหลายคนตั้งคำถามว่า ทำไม เอมิเลียโน บูเอนเดีย กองกลางตัวรุกชาวอาร์เจนตินาของนอริช ถึงไม่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงหลังจากที่ก่อนหน้านี้ เขาเป็นกำลังหลักของพรรคนอริชมาตั้งแต่ในช่วงเปิดฤดูกาล

ฟาร์เค่ กล่าวกับ “สกายสปอร์ต” สื่อกีฬาชั้นนำแดนผู้ดีว่า “ไม่มีใครในห้องแถลงข่าวนี้รู้จัก เอมิเลียโน บูเอนเดีย มากกว่าผมอีกแล้ว เขาไม่ได้ลงสนามในช่วงหลังเพราะร่างกายไม่ฟิตสมบูรณ์ เพราะได้รับบาดเจ็บที่บริเวณต้นขา พวกคุณฟังนะ เราเล่นมาหลายเกมแล้ว เอมิเลียโน ก็ทำประตูไม่ได้ และผู้เล่นคนอื่นๆก็ยิงไม่ได้ และเราก็เสียประตูไปเยอะมาก และบางครั้งเขาก็ไม่ได้ลงมาช่วยเกมรับมากนัก แต่แน่นอนว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ สถิติค่าเฉลี่ยด้านอื่นของเขายอดเยี่ยม”

อย่างไรก็ตาม คำสัมภาษณ์จุดสุดท้ายของ ฟาร์เค่ เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง เนื่องจากการเล่นที่น่าประทับใจของ บูเอนเดีย ในช่วงต้นฤดูกาลจะส่งผลให้เขาเป็นกำลังหลักของ นอริช ในการสู้ศึกปีนี้ได้อย่างไม่ยาก ขณะเดียวกัน สถิติบ่งชี้ว่า นอริชมีโอกาสเอาชนะคู่แข่งมากถึง 71 เปอร์เซ็นต์ เมื่อมี บูเอนเดีย อยู่ในทีม แต่หากดาวเตะวัย 23 ปี ไม่ได้ลงสนามนั้น พลพรรคนอริชจะมีโอกาสเอาชนะคู่แข่งเพียง 18 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาจริงๆ เพราะคะแนนต่อเกมให้ความรู้สึกว่า มันเป็นวิธีที่ง่ายอย่างน่าตกใจในการวิเคราะห์การมีส่วนร่วมของ บูเอนเดีย สำหรับทีมนอริชและรายละเอียดในเกมพวกเขามีโอกาสที่จะชนะหาก มิดฟิลด์อาร์เจนไตน์ ได้ลงสร้างสรรค์เกม

บูเอนเดีย เป็นนักเตะที่จ่ายบอลทะลุช่องผ่านแนวรับคู่แข่ง

บูเอนเดีย จะมีสิทธิ์รู้สึกเจ็บปวดที่ได้รับข้อมูลเหล่านี้ โดยที่เขาไม่ได้ลงสนามเป็นตัวจริง และในทีมนอริช ไม่มีนักเตะคนใดสร้างสรรค์โอกาสทำประตูได้มากเท่ากับเขาอีกแล้ว ซึ่งเจ้าตัวทำไปได้ถึง 7 แอสซิสต์ในเวลานี้ ย้อนกลับไปในเกมลีกที่ นอริช เปิดรัง แคร์โรว โรด เสมอกับ คริสตัล พาเลซ 1-1- เมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมานั้น บูเอนเดีย ก็ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นด้วยการเป็นคนแอสซิสต์ให้กับ ทอดด์ แคนท์เวลล์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวอังกฤษ ซัดประตูขึ้นนำ ย้อนกลับไปในเกมกับ ที่นอริช บุกไปพ่าย วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอส์ ที่สนามโมลินิวส์ กราวด์ 3-0 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น บูเอนเดีย ทำสถิติเป็นนักเตะคนเดียวในสนามที่สร้างโอกาสลุ้นประตูได้มากถึง 9 ครั้ง แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้นอริชรอดพ้นจากความปราชัยได้

ขณะเดียวกัน มีเพียง วิลเฟร็ด ซาฮา ปีกตัวเก่งของ พาเลซ และอดาม่า ตราโอเล่ ตัวรุกชาวสเปน ของ วูล์ฟแฮมป์ตัน เท่านั้นที่สามารถเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้มากกว่า บูเอนเดีย ในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ และมีเพียง เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางทมีชาติเบลเยียม ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเทรนต์ อเล็กซานเดอร์–อาร์โนลด์ แบ็คขวาดาวรุ่งของ ลิเวอร์พูล เท่านั้นที่สร้างโอกาสได้มากเขา ความพิเศษของ บูเอนเดีย คือการเลี้ยงบอลทะลุผ่านแนวป้องกันของคู่แข่งเพื่อสร้างโอกาสให้ ติมู ปุคกี้ ดาวยิงทีมชาติฟินแลนด์ ของนอริชทำประตู และการจ่ายบอลทะลุช่องของเขานั้น ก็อยู่อันดับต้นๆในศึกพรีเมียร์ลีก

บูเอนเดีย เป็นนักเตะที่จ่ายบอลทะลุช่องผ่านแนวรับคู่แข่งได้มากที่สุดในทีม แต่ปริมาณของเขามันอาจไม่มากเท่ากับผู้เล่นคนอื่นๆในทีมระดับท็อป แต่ถ้าหากเทียบกับบรรดานักเตะในทัพ ดาวเตะอาร์เจนไตน์ มีสถิติดีที่สุด มันเป็นเรื่องราวที่คล้ายกันกับกรณีของ ตราโอเล่ ซึ่งเป็นนักฟุตบอลระดับชั้นนำของการแข่งขันในพรีเมียร์ลีก แต่ในแง่ของเปอร์เซ็นต์ทั้งหมดของวูล์ฟแฮมป์ตัน การเลี้ยงลูกฟุตบอลของเขานั้น ไม่สำคัญกับทีมของเขามากกว่าที่ บูเอนเดีย ทำกับ นอริช

เดอ บรอยน์ อาจสร้างโอกาสได้มากมาย แต่เปอร์เซ็นต์ที่เกี่ยวข้องกับการทำประตูของ แมนซิตี้ นั้น อยู่ที่ 23 เปอร์เซ็นต์ แต่บูเอนเดีย มีเปอร์เซ็นต์ที่เกี่ยวข้องกับการทำประตูของ นอริช อยู่ที่ 30 เปอร์เซ็นต์ และมันไม่น่าแปลกที่จะยิงประตูคู่แข่งไม่ได้ในเกมที่ บูเอนเดีย ไม่ได้ลงสนาม ดังนั้น ความคิดเห็นของ ฟาร์เค่ นั้น ยุติธรรมเพียงใด? ไม่มีการปฏิเสธความจริงที่ว่า บูเอนเดีย จำเป็นต้องปรับปรุงการยิงประตูในการกลับมาของเขา และสำหรับผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งตัวรุกมันอาจเป็นความล้มเหลวที่พวกเขาทำประตูน้อยไป

ขณะที่ เดอ บรอยน์ สัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่งมากกว่า บูเอนเดีย ถึง 3 เท่าของนักเตะ นอริช ทั้งทีม มันจึงแสดงให้เห็นว่านอริชต้องการนักเตะอย่าง บูเอีนเดีย กลับคืนมาสู่ทีมอีกครั้ง และมันเป็นคำถามที่รอคำตอบจาก ฟาร์เค่ เพียงคนเดียวเท่านั้น ในเกมกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน บูเอีนเดีย ก็เริ่มต้นด้วยการเป็นตัวสำรองอีกครั้ง และเขาถูก ฟาร์เค่ เปลี่ยนตัวลงมาแทน ลูคัส รัปป์ ปีกชาวเยอรมัน ในครึ่งหลัง ซึ่งจอมทัพอาร์เจนไตน์ สร้างโอกาสได้มากมายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ในเวลาครึ่งชั่วโมงกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน นั้น บูเอีนเดีย ครองบอลได้มากมาย และสามารถสร้างจังหวะลุ้นประตูให้กับ นอริช หลายครั้ง รวมถึงจังหวะผ่านบอลให้กับ ปุ๊คกี้ เข้าไปยิงประตู แต่น่าเสียดายที่ดาวยิงฟินแลนด์ จบสกอร์ไม่สำเร็จ

ฟาร์เค่ กล่าวถึง บูเอนเดีย หลังจบเกมกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องการ บูเอนเดีย ในสนาม เรารู้ว่าเขาเป็นอัจฉริยะ ซึ่งคนอื่นๆก็รู้เช่นกัน”

มีโอกาสที่ บูเอนเดีย จะยังคงเล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก

มีโอกาสที่ บูเอนเดีย จะยังคงเล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้า หาก นอริช สามารถพลิกฟอร์มกลับมาหนีรอดตกชั้นได้สำเร็จ และที่สำคัญ ฟาร์เค่ จะต้องใส่ความเชื่อมั่นของเขาในสิ่งที่ ดาวเตะอาร์เจนไตน์ สามารถทำได้แทนที่จะกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับสิ่งที่เขาทำไม่ได้ในเรื่องเกมรับ